| |
|
    
|
|
|
|
ผลงานของคณะทำงานแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ผ่านมามีมากมาย พอยกตัวอย่างได้ีดังนี้
- เป็นที่ทราบกันดีในวงการแพทย์ไทยว่า ศูนย์ฯเป็นแหล่งรับส่งต่อผู้ป่วยที่ใหญ่ที่สุด มีผู้ป่วยส่งต่อมาจากสถาบันทางการแพทย์ทั่วประเทศ
เช่น โรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ องค์กรการกุศลต่างๆ เช่น องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน สื่อมวลชนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสำนักพระราชวัง ซึ่งจะส่งต่อคนไข้์ที่แพทย์ตามเสด็จไปพบ เช่น ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในท้องถิ่งต่างๆ
- ผ่าตัดผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะชนิดรุนแรงไปแล้วประมาณกว่า
600 ราย ซึ่งไม่รวมผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่อีกจำนวนมาก
- เป็นแหล่งรักษาผู้ป่วยโรคงวงช้าง (frontoethmoidal encephalomeningocele) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก
- คิดค้นการผ่าตัดแก้ไขความพิการในโรคงวงช้างโดยวิธี "จุฬาเทคนิค"
ซึ่งได้รับพระราชทานรางวัลมหิดล บี บราวน์ เพื่อการแพทย์และสาธารณสุขไทยประจำปี
พ.ศ. 2542 ปัจจุบันเป็นวิธีที่เป็นที่รู้จักดีทั่วโลก
 |
 |
| โรคงวงช้าง ก่อนและหลังผ่าตัดโดยวิธีจุฬาเทคนิค |
- รับรักษาผู้ป่วยที่ส่งต่อจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น
เวียตนาม, เขมร, ลาว ฯลฯ
- เป็นผู้นำในการนำเอาเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางการแพทย์ในสาขานี้ มาใช้ในประเทศ เช่น อุปกรณ์เพิ่มขนาดกระดูกใบหน้า (distractor) การสร้างต้นแบบทางการแพทย์อย่างรวดเร็ว (rapid prototyping)
 |
| ผู้ป่วยโรคใบหน้าเล็กแต่กำเนิด รักษาโดยใช้อุปกรณ์เพิ่มขนาดกระดูก |
- เป็นสถาบันที่มีผลงานทางการแพทย์ในสาขานี้ตีพิมพ์มากที่สุดในประเทศไทย
- หัวหน้าศูนย์ฯได้รับเกียรติเป็นกองบรรณาธิการวารสารการแพทย์ระดับนานาชาติชื่อ "The
Journal of Craniofacial Surgery" ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
- หัวหน้าศูนย์ฯเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นกรรมการบริหารสมาคมระดับภูมิภาค คือ Asian-Pacific
Craniofacial Association
- เป็นสถาบันเดียวที่มีผู้เชี่ยวชาญของศูนย์ฯ เป็นสมาชิกสามัญในสมาคมระดับภูมิภาค คือ
Asian-Pacific
Craniofacial Association (ก.พ. 2550)
- หัวหน้าศูนย์ฯเป็นกรรมการบริหาร (Council Member) ของสมาคมระดับนานาชาติ คือ International
Society of Craniofacial Surgery (มิถุนายน 2544 - ปัจจุบัน) ซึ่งก่อตั้งโดยศัลยแพทย์ผู้เป็นบิดาแห่งวงการ
Craniofacial Surgery คือ Prof. Dr. Paul Tessier แห่งประเทศฝรั่งเศส (เป็นคนไทยคนแรกและคนเดียวที่เป็นสมาชิกของสมาคมนี้/พ.ย. 2544)
ี |
|
 |