![]() |
![]() |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
![]() |
![]() |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความพิการต่างๆ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
![]() |
โรคงวงช้าง (Frontoethmoidal Encephalomeningocele)เป็นความพิการแต่กำเนิดที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์เพราะมีก้อนงอกออกมาตรงดั้งจมูกระหว่างตาทั้งสองข้าง มีขนาดต่างๆกันตั้งแต่ขนาดเท่าเม็ดถั่วหรืออาจใหญ่มากจนมีลักษณะคล้ายงวงของช้าง ชาวบ้านจึงเรียกว่า โรคงวงช้าง ในประเทศไทยพบชุกชุมในภาคอิสาน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน พบในครอบครัวที่เป็นไทยแท้และมีฐานะยากจน และมักพบในครรภ์มารดาที่หยุดพักการตั้งครรภ์มานานราวๆ 10 ปีแล้วมีลูก
การตรวจวินิจฉัยโรคงวงช้างนอกเหนือจากมีความผิดปกติที่มีก้อนบนใบหน้าแล้ว ผนังกระบอกตาด้านในจะถูกเบียดให้ห่างจากกันมากกว่าปกติ จมูกยาวกว่าปกติ ฯลฯ มักมีความผิดปกติในสมองร่วมด้วยราวๆ 60% ดังนั้นจึงควรทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CAT scan) ทุกราย การตรวจรักษาควรทำเป็นแบบสหสาขาจากแพทย์หลายสาขาวิชา การรักษาควรทำผ่าตัดผู้ป่วยในระยะขวบปีแรก เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจตามมา ได้แก่
การรักษาก็โดยการผ่าตัดร่วมกันระหว่างศัลยแพทย์ตกแต่งและประสาทศัลยแพทย์ โดยมีวิสัญญีแพทย์เป็นผู้ให้ยาระงับความรู้สึก โดยหลักการรักษาก็คือ อุดรูรั่วตรงฐานกะโหลกศีรษะส่วนหน้า ตัดก้อนออก ผ่าตัดเคลื่อนย้ายกระบอกตาด้านในให้เข้ามาหากัน ตกแต่งและเสริมจมูก ฯลฯ โดยใช้วิธี จุฬาเทคนิค การผ่าตัดรักษาโรคงวงช้างโดยทั่วไป แพทย์จะเปิดกะโหลกศีรษะหน้าผากส่วนบน (frontal craniotomy) กันสมองไว้ ตัดก้อนออก เคลื่อนย้ายกระบอกตาเข้าหากัน แต่ วิธีจุฬาเทคนิค มีความพิเศษที่ต่างจากวิธีที่ทำทั่วๆไป คือ เป็นวิธีที่ไม่ต้องเปิดกะโหลกหน้าผากส่วนบน แต่จะเปิดเจาะกระดูกตรงโคนดั้งจมูกเป็นรูปตัว T เล็กๆ ตัดก้อนออก เย็บปิดรูรั่ว เคลื่อนย้ายกระดูกกระบอกตาเฉพาะด้านในให้เข้ามาหากัน ตกแต่งเสริมจมูก วิธีนี้จึงเป็นวิธีผ่าตัดที่ทำได้ง่ายได้ผลดีกว่าวิธีอื่น คือ
ดังนั้น วิธีผ่าตัดรักษาโรคงวงช้างโดย วิธีจุฬาเทคนิค จึงเป็นวิธีที่ดีและเหมาะสม ที่กำลังแพร่หลายไปทั่วประเทศและต่างประเทศ เป็นการเผยแพร่พระนาม จุฬาลงกรณ์ ให้ขจรขจายไปทั่วโลกด้วย
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||